ความคิดคือพลังอันยิ่งใหญ่...

เพราะความคิดคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

เหตุผล...แรงจูงใจ..ท่าที..พฤติกรรม...

ความคิดให้แรงจูงใจ...ทำให้ชีวิต มีศักยภาพ

ความคิดกำหนดท่าที..ทำให้ชีวิตรู้ถึงการมีสื่อสัมพันธ์

ความคิดชี้บอกพฤติกรรม ทำให้มนุษย์มีจุดยืน...

แล้วทั้งหมด นำไปสู่การกระทำ...

หากความคิดกว้างไกล ชีวิตก็มีเป้าหมายที่แน่นอน..

หากความคิดสูงส่ง พฤติกรรมก็หนักแน่น...

หากความคิดดี ทุกอย่างก็กลมกลืนลงตัว...

หากความคิดรอบคอบ ความผิดพลาดแทบจะไม่เกิด...

หากความคิดซื่อตรง ชีวิตก็โปร่งใส...

หากความคิดหนักแน่น ชีวิตก็ไม่หวั่นไหว สั่นคลอน

หากความคิดมาอันดับแรก ชีวิตก็มีสติ

หากความคิดหลากหลาย ชีวิตก็มีมุมมองมากอย่าง

เพราะความคิดคือพลังอันยิ่งใหญ่...ใหญ่เกินตัวมนุษย์

และเพราะความคิดนี่แหละที่ทำให้มนุษย์ยิ่งใหญ่...

สมคิด หนุ่มน้อยวัย 18 พำนักอยู่กับพี่ชายและพี่สะใภ้วัยไล่เลี่ยกัน

คืนนี้เป็นคืนที่สามแล้วที่พีชายของสมคิดออกจากบ้านไปทำธุระในต่างจังหวัด ทั้งบ้านจึงอยู่กันเพียงสองคน พี่สะใภ้กับสมคิด

เวลานี้ดึกแล้วแต่สมคิดยังไม่นอน กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆอยู่ในห้องเพียงลำพัง แล้วพี่สะใภ้ก็มาเคาะประตู

"ประตูไม่ได้ล็อกครับพี่" สมคิดร้องบอกพี่สะใภ้
พี่สะใภ้เปิดประตูเดินเข้ามาในห้อง ด้วยสีหน้าแววตา คล้ายเขินอาย เธออ้ำอึ้งอยู่พักใหญ่ก่อนจะเอ่ยปากพูด

พี่สะใภ้ - น้องสมคิดจ๊ะ น้องช่วยถอดเสื้อของพี่ออกหน่อยได้ใหมจ๊ะ
สมคิด - ลังเลเล็กๆ แต่ก็ค่อยๆถอดเสื้อของพี่สะใภ้ออกในที่สุด
พี่สะใภ้ - ยิ้มอายๆที่มุมปากก่อนพูดต่อ ทีนี้ก็ถอดยทรงของพี่ออกด้วยสิจ๊ะ
สมคิด - ครานี้รีบถอดยกทรงของพี่สะใภ้ออกอย่างไม่ลังเล
พี่สะใภ้ - อ้ำอึ้งเล็กน้อย และแล้วเธอก็พูด ถอดกระโปรงของพี่ออกด้วยซี้
สมคิด - ถอดกระโปรงของพี่สะใภ้ออกด้วยมือสั่นระริก
.
.
ต่างจ้องตากัน นิ่งอยู่นาน
.
.
ขณะนี้พี่สะใภ้หน้าแดงระเรื่อ แววตาลังเล คล้ายจะตัดสินใจอะไรบางอย่าง
ในที่สุดเธอหอบเอาเสื้อผ้าของเธอที่ถูกถอดออกมากองอยู่นั้นขึ้นมา แล้วสะบัดหน้าหันหลังเดินออกจากห้อง
ก่อนจะพ้นประตูห้องไป เธอหันกลับมาขึ้นเสียงใส่สมคิด

 

 

 

 

 

"นี่แน่ะ ทีหลังเธออย่าแอบเอาเสื้อผ้าของพี่มาใส่อีกน๊ะ"

edit @ 16 Jan 2009 14:31:45 by sonicneo

รายงานผล หลังแต่งงาน

posted on 14 Jan 2009 10:08 by sonicneo  in Non-Technology

คุณแม่คนหนึ่งมีลูกสาวสามใบเถากำลังจะแต่งงานในเวลาไล่เลี่ยกัน 
ด้วยความเป็นห่วงลูกสาวเธอ 
จึงบอกให้แต่ละคนเขียนเล่าชีวิตหลังแต่งงานกลับมาให้เธอฟัง 
แต่ด้วยความเกรงว่าลูกสาวเธออาจจะขวยเขิน ถ้าสามีของพวกเธอรู้เข้า 
เธอจึงบอกให้ลูกสาวเธอใช้โฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์เป็นรหัสสื่อความหมายถึงชีวิตรักของพวกเธอ 

เมื่อลูกสาวคนโตแต่งงานไปได้เพียงสองวันก็มีโทรสารมาถึงเธอด้วยข้อความสั้นๆว่า 
“กาแฟMAXWELL” เธอไปเปิดหนังสือพิมพ์หาโฆษณากาแฟยี่ห้อ MAXWELL และพบคำโฆษณาว่า 

“พอใจจนหยดสุดท้าย…..” 
คุณแม่ยิ้มอย่างมีความสุข 

อีกไม่นานลูกสาวคนที่สองก็ได้แต่งงาน 
หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์มีโปสการ์ดส่งมามีคำว่า “ที่นอน SLUMBERLAND” เธอจึงไปเปิดหาโฆษณาที่นอนยี่ห้อ SLUMBERLAND และพบคำว่า

“ขนาดใหญ่พิเศษ King Size” 
 คุณแม่ยิ้มอย่างมีความสุขอีกครั้ง 

ต่อมาถึงคราวลูกสาวคนสุดท้องแต่งงาน 
หลังจากเวลาผ่านไปสองสัปดาห์ยังไม่มีข้อความใดส่งกลับมาหาเธอ 
คุณแม่จึงรู้สึกเป็นกังวลมาก 
พอถึงสัปดาห์ที่สี่จึงมีจดหมายส่งมาถึงเธอมีข้อความว่า “สายการบินBRITISH 
AIRWAYS” คุณแม่อ่านข้อความโฆษณาแล้วทำท่าจะเป็นลม 

.

.

.

.

.

ในโฆษณาบอกว่า


“สามเที่ยวต่อวัน เจ็ดวันในหนึ่งสัปดาห์ 
ทั้งสองทาง”

ขำขำ 10 คำถาม สมัครงาน

posted on 08 Jan 2009 10:58 by sonicneo  in Non-Technology
       1.ทำไมคุณจึงอยากทำงานที่นี่ 

          Q : อ่อ สาวๆ เยอะดีครับ เมื่อตะกี้ก่อนขึ้นมาสัมภาษณ์เจออยู่ 2 คน สวยสุดยอด และอีกคนหนึ่งเมื่อกี้เป็นเลขาส่วนตัวพี่หรือปล่าวครับที่นั่งอยู่หน้าห้อง สวยใช้ได้เลย ฝากบอกด้วยนะครับว่า สวยสวยแบบนี้อย่ามาเดินแถวบ้านเชียวจะ......................ยิ้ม......................ให้ 

 2.ทำไมคุณถึงออกจากงานที่เคยทำอยู่ 

          Q : ผมแค่แอบหลับกลางวัน เพื่อตื่นมาทำงานบ่ายๆ งานจะได้ไหลลื่น ผมเป็นคนเห็นคุณค่าของการทำงานแต่ไม่ค่อยมีใครเข้าใจ 

 3.ลองเล่าประวัติของคุณแบบย่อ ๆ 

            Q : ผมเกิดจากท้องแม่ เรียนไปวันวัน มีชีวิตอยู่อย่างพอเพียง ไม่โลภ ไม่อยากได้อะไรมากมาย แต่ที่อยากได้ในตอนนี้คือได้ทำงานที่บริษัทของพี่นี่ล่ะครับ 

 4.คุณคิดจะทำอะไรให้กับบริษัทมากที่สุด 

           Q : เออ อย่างแรกก็จีบเลขาหน้าห้องให้ติด แล้วต่อด้วยเลขาท่านประธานตามด้วยลูกสาวกรรมการบริษัท และผมจะค่อยๆไต่เต้าขึ้นไปนั่งเก้าอี้ผู้บริหาร เป็นเส้นทางที่ท้าทายใช่ไหมครับ 

 5.จะมีปัญหาอะไรไหมหากต้องทำงานล่วงเวลา 

          Q : ไม่มีปัญหาครับ เพราะถ้าทำแล้วได้เงินก็มีเรี่ยวมีแรงเกินมนุษย์ทั่วไป 

 6.คุณมีข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง 

           Q : เอาข้อดีก่อนแล้วกันผมขยันทำงาน ทำงานอย่างไม่รู้จากเหน็ดเหนื่อย เข้ากับคนอื่นได้ดี ส่วนข้อเสียผมไม่ชอบให้ใครมาสั่งให้ทำโน้นทำนี่  เมื่อมีอารมณ์อยากทำงานก็จะทำไม่ยอมให้ใครมาชี้นิ้วสั่ง ชอบดื่มเหล้าเพราะเหล้าทำให้้ผมเข้ากับเพื่อนฝูงได้ดีที่สุด ( 555) 

 7.ความใฝ่ฝันและโครงการในอนาคต 

          Q : 
เหมือนข้อ 4 แต่เมื่อผมเป็นผู้บริหารแล้วผมจะซื้อหุ้นชิน คืนมาแล้วจะไปซื้อฟุตบอลสโมสรแมนซิตตี้ด้วย 

 
8. คุณมีงานอดิเรกอะไรไหม 

          Q : ชอบนินทาหัวหน้า นอน กิน เล่นเกมส์ เดินห้าง 

 9. คุณต้องการเงินเดือนเท่าไหร่ 


          Q : ขอสัก 20,000 บาทแล้วกัน ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี น้ำมันแพง กับข้าวขึ้นราคา มิกเซอร์ เบียร์ เหล้า น้ำแข็ง ขยับราคา ต้องเข้าใจผมนะครับ เอิ๊กกกก 

 10. คุณมีข้อสงสัยอะไรอีกไหม 

          Q : จะรับผมไหมครับเนี่ยะ ไม่รับก็บอกกันเลยไม่ต้องมา "พูดไม่ค่อยเก่ง (AB nomal)"เดี๋ยวก็ "ตอบติดเน็ท (จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ)

คำถามสมัครงาน

posted on 08 Jan 2009 10:56 by sonicneo  in Non-Technology
มีบริษัทหนึ่งประกาศรับสมัครพนักงานใหม่หนึ่งคน และมีคนมาสมัครมากมายหลายร้อย บริษัทนั้นให้ผู้สมัครทุกคนทำตอบคำถามหนึ่งข้อ ซึ่งคำถามมีอยู่ว่า ในดึกคืนหนึ่งที่ฝนตกฟ้าคะนองขนาดหนักมากและคุณกำลังขับรถกลับบ้าน ขณะที่ขับผ่านป้ายรถเมล์ป้ายหนึ่ง คุณพบคนสามคนกำลังรอให้ฝนหยุดเพราะดึกเกินกว่าจะมีรถเมล์วิ่งแล้ว คนสามคนนั้นคือ 
1. หญิงชราที่กำลังป่วยและต้องการการรักษาด่วน มิฉะนั้นเธออาจจะตายได้ 
2. หมอซึ่งครั้งหนึ่งเคยช่วยชีวิตคุณไว้ 
3. ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นแฟนของคุณและคุณรักเขามากขนาดจะแต่งงานกับเขาให้ได้ 

คำถามมีอยู่ว่า รถคุณเป็นแบบนั่งได้แค่สองคน ดังนั้นคุณจะรับคนไปด้วยได้อีกแค่คนเดียว คุณจะรับใครไปด้วย และให้เหตุผลที่ตัดสินใจอย่างนั้น พวกเราก็ลองคิดดูสิว่าถ้าเราเป็นคนตอบคำถามข้อนี้ เราจะตอบว่ายังไง แล้วเทียบกับเหตุผลข้างล่าง เอาล่ะ ลองดูเหตุผลของคำตอบแต่ละแบบแล้วเทียบกับเหตุผลของคุณ เนื่องจากแต่ละข้อก็มีเหตุผลที่เหมาะสมในตัวของมันเอง เหตุผลข้างล่างนี้เป็นเหตุผลของคนเกือบทุกคน 
1. ถ้าคุณตอบว่ารับคนแก่ เหตุผลก็เพราะเขากำลังจะตาย ถ้าคุณรับไปก็เท่ากับช่วยชีวิตคนได้ 
2. ถ้าคุณตอบว่ารับหมอ เหตุผลก็เพราะเขามีบุณคุณกับคุณและนี่คือเวลาที่จะตอบแทนได้บางส่วน 
3. ถ้าคุณตอบว่ารับแฟนคุณ เหตุผลก็เพราะเขาเป็นคนที่คุณรักี่ 

คิดว่าตรงแค่ไหนล่ะ แต่ผู้ที่บริษัทนั้นรับเข้าทำงาน เป็นผู้เดียวที่ตอบอีกแบบนึง...ให้คิดอีกที คำตอบข้างล่าง เขาตอบว่า "เขาจะให้กุญแจรถกับหมอ ให้หมอพาคนแก่ไปโรงพยาบาล และเขาก็จะอยู่ที่ป้ายรถเมล์นั้นกับคนที่เขารัก" เป็นไง ประหลาดใจกับคำตอบใช่ไหม และคิดว่ามันเป็นคำตอบที่ดีมากใช่ไหม ข้อคิดของเรื่องนี้คือ คนเรามักจะยึดติดและไม่ยอมปล่อยผลประโยชน์ตรงหน้า (กุญแจรถ และการกลับบ้าน)ทำให้เรามองอะไร ด้วยมุมมองที่แคบลง จะเห็นว่าการมอบกุญแจรถให้หมอนอกจากจะได้ตอบแทนบุญคุณ (หมอก็คง ไม่ยึดรถไปเป็นของตัวเองหรอก ภายหลังก็เอามาคืน) เรายังได้ช่วยชีวิตหญิงชรา แถมได้อยู่กับคนที่เรารัก แบบสองต่อสอง เรียกได้ว่าเสียไปแค่ไม่ได้กลับบ้านในตอนนั้น! แต่เราบรรลุวัตถุประสงค์ใหญ่อีกหลายอย่างได้ 

คุณล่ะคิดว่าคุณมีมุมมองที่กว้างหรือแคบและยึดติดกับผลประโยชน์ต่าง ๆ แค่ไหน